Supachai's profileC H oi:PhotosBlogLists Tools Help

Supachai Boonrad

Location
Interests
Test|false|
March 06

Hokkaido

ได้มีโอกาสไปเที่ยวฮอกไกโดหลังจากที่ส่งงานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเป็นเวลา สามวัน (ไม่เต็มนิ)

ไปถึงตอนกลางคืนประมาณสี่ทุ่ม อย่างหิวเลย มื้อแรกก็กด ราเมง ซะนิ

ราเมงที่นี่ซุปอร่อยดีแหะ คือเป็นร้านทั่วไป ไม่ได้มีชื่อเสียแต่ก็คือ ถ้าเทียบกะร้านทั่วไปในเกียวโต มันก็อร่อยกว่าอะนะ

 

มื้อที่สองนี่จิ เป็นซูชิ ที่ถ้ามีโอกาสจะกลับไปกินอีกสักสิบจาน ให้หายอยาก อร่อยกว่าซูชิที่เคยกินมาตั้งแต่มาอยู่ญี่ปุ่น ทั้งสดทั้งปริมาณก็ให้สมกะราคา นับเป็นบุญท้องจริงๆที่ได้รับประทาน หลังจากนั้นก็ไปเดินเล่นแถว โอทารุ เป็นร้านขายพวกเครื่องแก้ว ของตกแต่งบ้าน ชอบจังเลยนิ อิอิ ระหว่างทางก็กดซอฟครีมไปอีกสองอัน กะขนมระหว่างทางอีกพอสมควร อากาศก็เย็นๆดี เลยต้องกินอยู่เรื่อยๆให้ท้องอุ่นๆมั๊ง อิอิ ได้รับความรู้เยอะแยะเลย ทั้งประวัติต่างๆของฮอกไกโด แล้วก็ของกินที่อร่อยๆแนะนำโดยไกด์ส่วนตัว อิอิ

 

มื้อ(ใหญ่)ที่สาม ก็เป็นซุปคาเรที่ ต้องเข้าแถวรอท่ามกลางอากาศหนาวค่อนข้างนาน แต่สรุปแล้วก็คุ้มค่ากะการรอ เพราะอร่อยโคตรๆ นี่ถ้าไม่กลัวว่าจะอึดอัดไปกว่านี้คงสั่งอีกจานแล้วนิ หุหุ ไปกินกะพี่โอ๋ ขาใหญ่แห่งฮอกคุได (ปัจจุบัน) (อดีตผอม(เจ้าตัวบอก)) เป็นมื้อที่แฮ๊ปปี้กะการกินอีกมื้อนิ

วันต่อมาก็กินสเต็กเนื้อเทโชคุ ซึ่งเห็นแค่ตาจะเห็นว่าเป็นร้านเทโชคุแถวๆมหาลัยธรรมดาร้านนึง แต่พอชิมแล้ว ก็ไม่ธรรมดาเลยนิ เอาง่ายๆคือ ถ้าเทียบกะมหาลัยเราเนี่ย คงจะแบบว่า หนึ่งดาว กะ ห้าดาวเลยอะ อิ่ม อร่อย ไปอีกมื้อ

หลังจากนั้นก็ไปเดินเล่นที่เป็นเมืองโบราณ โดยพี่วนิดา พาไป หลังจากนั้นก็ไปนั่งเล่นนั่งคุยที่บ้านพี่เค้า เจอคุณเจฟ สามีสุดที่รักของพี่วนิดาด้วย ทั้งสองคนกำลังเตรียมตัวไปเที่ยวต่างประเทศกันอยู่ น่าอิจฉาจังเลยได้ไปเที่ยวหลายๆประเทศ

ส่วนมื้อสุดท้ายของที่ฮอกไกโดก็คือ เนื้อเจงกิสข่าน เป็นเนื้อแกะ ถ้าถามว่าอร่อยกว่าเนื้อปกติหรือป่าว ก็นะ จากความรู้สึกคือ ต่างกันตรงที่ความหยึยมั๊ง คือเนื้อแกะมันจะเหนียวกว่านิดนึงแต่ก็ไม่เหนียวจนกระทั้งเคี้ยวไม่ออกนิ  นิ่มเคี้วยง่าย และ อร่อย เสียอย่างเดียวคือกลิ่นจากการย่างที่ติดมากะเสื้อผ้าอะดิ

สรุปเที่ยวครั้งนี้ เน้นกินเป็นให้เกิดความบรรเทิงกะปาก คุ้มสุดๆนิ ที่ได้มีโอกาสมากินของอร่อยที่ฮอกไกโด

 

โทริเบียของที่ฮอกไกโดที่เราเจอมานิ

  1. พวกคุณป้าๆที่ฮอกไกโดนี่จะแข็งแรงเป็นพิเศษ (หมายถึงหน้านะ) ประมาณว่าขึ้นรถไฟเข้าแถวขี้น แต่พอขึ้นไปแล้วใครเร็วใครได้นั่งเฟ้ย
  2. รถไฟเจอาร์ที่ฮอกไกโดจะมีขั้นบันไดให้ขึ้น ไม่แน่ใจเหมือนกันเพราะอะไร ??
  3. การ์ดรถไฟพรีเพทของเจอาร์ ซื้อไปแล้วไม่สามารถใช้กะเครื่องสอดบัตรได้เลย ต้องเอาไปซื้อเป็นตั๋วเล็กๆอีกทีก่อนถึงจะใช้ได้
  4. ที่กั้นคนตรงเครื่องสอดบัตรปิดอย่างเร็วเวลาที่คนผ่านออกไปแล้ว (เมื่อเทียบกะที่โอซาก้า กะ โตเกียวนะ) ค่อนข้างเปลืองพลังงาน
  5. เดือนที่เหมาะแก่การเที่ยวฮอกไกโด ก็น่าจะเป็นเดือนสิบเอ็ด กะเดือนสอง แล้วก็เดือนที่ดอกไม้บาน (ฮ่าๆๆๆ จำเดือนไม่ได้) ส่วนเดือนสามเนี่ย มีแต่คนบอกว่าไม่สวยเพราะหิมะเริ่มละลาย แต่อย่างที่บอกนิ เที่ยวครั้งนี้เน้นกิน ฉะนั้น เดือนไหนก็ไม่สน
  6. การขึ้นบันไดเลื่อนโดยยืนชิดไปข้างนึง ไม่ค่อยเห็นอย่างชัดเจน จะเห็นชัดเจนก็ตรงสนามบินคือทุกคนส่วนใหญ่ชิดซ้าย แต่ก็บอกไม่ได้ว่าคนฮอกไกโดจะยืนชิดซ้ายเพราะคนที่สนามบินอาจจะเป็นคนโตเกียวก็ได้นิ
  7. ราคาตั๋วรถไฟต่อสถานีที่ฮอกไกโดแพงกว่าที่โอซาก้า แต่ระยะทางก็ไกลกว่ากันนิ
  8. ตัวคันจิที่นี่อ่านไม่ออกไม่ต้องตกใจว่าไมตูโง่จัง เพราะคนญี่ปุ่นทั่วไปก็อาจจะอ่านไม่ออกเหมียนกัน เพราะเป็นคันจิโบราณ และกะบางที่เขียนจากขวามาซ้ายนิ
  9. อย่าจอดจักรยานทิ้งไว้ที่ที่จอดยามหิมะตก เพราะอาจจะหาจักรยานไม่เจออีกเลย เนื่องจากหิมะตกลงมาทับหมดจนมองไม่เห็น
  10. ของหวานที่ฮอกไกโดเป็นไรที่อร่อยมาก ฉะนั้นคนที่เป็นเบาหวานหรือเสี่ยงที่จะเป็นไม่ควรมาอย่างยิ่ง หรือมาแล้วก็เตรียมจองโรงบาลเข้าคอร์สลดอาหารได้เลย
  11. เครื่องแก้วที่โอตารุราคาแพงโคตรๆ แต่พอไปเห็นว่าเค้าทำไงแล้วก็ เหมาะสมกะราคาดีนิเพราะคนทำดูท่าทางเหนื่อยมากกว่าจะได้แต่ละอัน แต่ก็สรุปว่า ปล่อยมันไว้อยู่ที่ร้านเหอะนะ (แพงโคตร)
  12. รายได้โดยรวมของฮอกไกโดลดลงไปค่อนข้างมาก อาจจะเป็นเพราะปีนี้หนาวมากคนเลยไม่กล้าไปเที่ยวกัน  คนที่จะมาเรียนก็ลดลง (คนญึ่ปุ่นที่จะเรียนนิ)
  13. การทำวิจัย ไม่ว่ามหาลัยไหนก็หนักด้วยกันทั้งนั้น สู้กันต่อไปนะครับ

 

February 28

ฮิเอซัง

อันนี้เป็นรูปการเปลี่ยนแปลงของ ฮิเอะซัง ในรอบหนึ่งปี คือรูปแรกถ่ายตั้งแต่เดือนสี่ปี 2005 จนถึงเดือนสองปี 2006  จุดที่ถ่ายก็เป็นจุดที่ขี่จักรยานผ่านทุกวัน (ไปมหาลัย) วันไหนอากาศดีก็ถ่ายเก็บไว้ แต่เสียดายตรงที่ว่ากล้องที่ใช้อะ มันเป็นกล้องมือถือนี่จิ ก็เลยได้ภาพไม่ค่อยชัดซักเท่าไหร่นิ อะนะ ไงก็ไว้ดูเล่นๆ ไม่เสียไรนิ

(รูปไปดูได้ที่ photo นิ)

February 24

วิจัย

จบซะที(มั๊ง)กะการทำวิจัย ตอนนี้ก็คงเป็นช่วงเที่ยวๆๆๆกินๆๆๆๆ ให้หายเหนื่อยหน่อยนิ เพราะตั้งแต่ขึ้นปีใหม่มาไม่ค่อยได้กินไรร่อยๆเลยนิ นอกจากข้าวโรงอาหาร ที่มีแต่ของทอด ข้าวกล่องที่ไม่ค่อยอร่อยแต่ก็ต้องกินกันตาย

 

งานวิจัยที่ทำอะเหรอ ก็ทำการศึกษาพฤติกรรมของการไหลกับการถ่ายเทความร้อนในท่อที่มีขนาดเล็ก ศึกษาไปทำไมเหรอ ?? อือออออ ก็เพราะว่าท่อที่มีขนาดเล็กนี้มันมีขนาดเล็กมากคล้ายกะเส้นเลือดคน คือต้องใช้กล่องไมโครสโคปส่องดูถึงจะเห็น การที่จะได้ทราบว่าเส้นเลือดในร่างกายเรามีการไหลอย่างไรมีการแลกเปลี่ยนความร้อนอย่างไร ก็ช่วยให้เรามีความเข้าใจในการไหลมากขี้น จะได้ช่วยในการแพทย์ได้(อะป่าวหว่า) หรือกะพวกอุปกรณ์ต่างๆที่มีขนาดเล็ก การถ่ายเทความร้อนในท่อขนาดเล็กก็มีปประโยชน์ในการช่วยแลกเปลี่ยนความร้อนในอุปกรณ์เหล่านี้เหมืนอกัน (ช่วยระบายความร้อน)

 

ศึกษาโดยการวัดอุณหภูมิกะความเร็วที่ไหลผ่านภายในท่อ วัดอุณหภูมิเพื่อดูการถ่ายเทความร้อน โดยใช้วิธี Planer Laser-induced Fluorescence (ไม่รู้ว่าภาษาไทยควรจะใช้อะไร) วัดความเร็วเพื่อดูพฤติกรรมการไหล ส่วนวิธีวัดก็ Particle Tracking Velocimetry ประมาณนี้

 

ผลเหรอ ก็...... ได้แบบประมาณๆอะนะ ไม่กล้าฟันธง เพราะมีปัญหากะการทำทดลองค่อนข้างเยอะ ก็สรุปว่า มีการถ่ายเทความร้อนในท่อที่มีขนาดเล็ก การถ่ายเทความร้อนคล้ายกะท่อขนาดใหญ่เพียงแต่ค่าการถ่ายเทน้อยกว่าปกติ ส่วนความเร็วก็คล้ายกับท่อขนาดใหญ่ ใช้ทฤษฎีเดียวกันได้

ไว้เดี๋ยวไปทำไฟล์มาให้เพื่อว่าใครอยากอ่าน แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า ไวยากรณ์ผิดตรึม แต่ไม่รู้ทำไมตัวเองอ่านเองแล้วเข้าใจนิ

December 21

ตะเกียบ

วันนี้ตอนกินข้าวกะเพื่อนในแลป ก็สังเกตเห็นว่าเพื่อนมันเอาตะเกียบฉีกกับข้าวได้ด้วยอะ เราก็ลองทำดู แต่สรุปว่าทำไม่ได้นิ คือมันมีแรงที่จะคีบแต่ไม่มีแรงที่จะฉีกมันอะ ลองจับแบบมันแล้วก็ทำดูก็ยังทำไม่ได้อยู่ดีอะ

 

พึงจะเห็นความแตกต่างว่าคนที่ใช้ตะเกียบประจำกะเราที่ใช้แค่ตอนกินก๋วยเตี๋ยวมันต่างกันเลย เค้าใช้เป็นเหมือนอาวุธทุกอย่างประกอบการกิน เปรียบได้ทั้งมีด ส้อม แถมยังเป็นคีมได้อีกอะ

 

ไม่รู้ว่าต้องฝึกยังไงถึงจะทำได้อย่างนั้น แต่ก็นะ ไม่รู้ว่าจะทำไปทำไมเหมือนกันเพราะอาหารไทยไม่มีให้ฉีกอย่างนี้นี่นา อีกอย่างคือ ฉีกไม่ได้ก็ใช้มือมันนี่แหละ ง่่ายยยยยดีนิ

 

December 16

ชูกัง

อาทิตย์ก่อนไปชูกังฮัปเปียวมานิ สองวันเสาร์อาทิตย์ที่ ชิกะ เคน มหาวิทยาลัย โดจิฉะ เป็นการฮัปเปียวร่วมกันระหว่างสองแลป เพราะอาจารย์รู้จักกันเลยจัดให้มีขึ้น เพื่อให้นักเรียนในแลป มีประสบการณ์ในการฮัปเปียวกัน แล้วก็ยังเป็นการแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นในด้านความรู้กันอีก

ก็นะ เหนื่อยเป็นธรรมดา เวลามีฮัปเปียวเนี่ยอะ แต่ก็ผ่านไปได้แบบถูไถแบบ ฮัปเสร็จปุ๊บอึ่งไปตามๆกัน ว่าไอ้นี่มันมาจากไหนวะ มันทำไรของมันวะ ประมาณนี้อะ แต่ก็ช่างนะ จารย์เรารับได้ก็โอเคแล้ว

ได้ประสบการณ์ก็คือ

  1. ตอนเดินทางไป ก็นั่งรถเพื่อนไป นั่งหน้าข้างคนขับ แอบหลับนิดๆ ไม่ได้ช่วยมันดูทางเลยเพราะไม่รู้เหมียนกันนิ เพื่อนโชว์การหมุนรถแบบโดนัทให้ดู สุดยอดเลยนิ เคยเห็นแต่ในการ์ตูน คราวนี้เจอของจริงกะตัว ยอดมากๆเลยเพื่อน
  2. คนญี่ปุ่นไม่ว่าจะกินอะไร ตะเกียบก็คือคู่มือสำคัญในการกินอาหาร แม้กระทั่งกินขนมปังก็ใช้ตะเกียบคีบกันนิ
  3. คนที่ชอบกิน ชูไฮ จะเป็นคนที่ไปหาหมอฟันก่อนคนที่กินเบียร์ เพราะมันหวานกว่านิ
  4. มหาลัยเอกชนของที่ญี่ปุ่นก็คล้ายๆกะที่ไทย คือเด็กที่เีรียนก็ค่อนข้างมีฐานะนิ
  5. ไ้ด้เห็นความสวยงามของภูเขาที่ ข้างบนเป็นหิมะหนึ่งส่วนสาม ที่เหลือเป็นต้นไม้ที่ยังคงเป็นใบไม้แดง
 
Photo 1 of 22